งานแถลงข่าวงานวิจัยไทย-กัมพูชา "คลายปม ควรเริ่มยาต้านในเด็กเมื่อไรดี"




งานแถลงข่าว ณ ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ (4 สิงหาคม 2554)

มิตรภาพทางวิชาการ แพทย์ไทยร่วมกับกัมพูชา ประกาศผลวิจัยเวทีโลก
คลายปม “ควรเริ่มยาต้านไวรัสเมื่อไหร่ดีในเด็ก”


โครงการวิจัย “พรีดิค-PREDICT”
เป็นความร่วมมือวิจัยครั้งสำคัญระหว่างทีมนักวิจัยทางการแพทย์
ไทย และ กัมพูชา ประกอบด้วย 7 โรงพยาบาลในไทย
และ 2 โรงพยาบาลในกัมพูชา ระยะเวลา 5 ปี
เพื่อตอบคำถาม “ควรรักษาเด็กติดเชื้อเอชไอวีเมื่อไหร่จึงจะเหมาะสม”
ผลวิจัยพบว่า อาจจะรอจนจำนวนภูมิคุ้กัน (ค่าเม็ดเลือดขาวซีดีสี่-CD4) ต่ำกว่า 15% จึงค่อยเริ่มยาได้ ทั้งนี้ต้องมีการตรวจและติดตามโดยแพทย์สม่ำเสมอทุก 3 เดือน


นักวิจัยไทย-กัมพูชา ชี้ช่วงเวลาเหมาะสมเริ่มรักษาเด็กติดเชื้อเอชไอวีด้วยยาต้าน ผลักดันเป็นแนวทางรักษาเด็กติดเชื้อทั่วโลก เด็กติดเชื้อเอชไอวีทุกคนต้องได้รับการตรวจเลือดวัดภูมิคุ้มกันสม่ำเสมอ แพทย์จะเริ่มให้การรักษาด้วย ยาต้านไวรัส ต่อเมื่อเด็กเริ่มมีอาการเจ็บป่วย หรือ เมื่อภูมิคุ้มกันซีดีสี่ต่ำมาก(<15%) ยาต้านไวรัสเข้าไปทำลายเชื้อไวรัสในร่างกาย ทำให้ภูมิคุ้มกันสูงขึ้น เด็กจึงไม่เจ็บป่วยบ่อยๆ ทั้งนี้ต้องกินยาทุกวันต่อเนื่องตลอดชีวิต

โครงการวิจัยพริดิคจัดทำขึ้นเพื่อไขปัญหาการรักษาเด็กในกลุ่มที่ภูมิคุ้มกันซีดีสี่ยังไม่ต่ำมาก (15-24%) ว่าควรเริ่มยาต้านไวรัสเมื่อไหร่จึงจะพอดี หากเริ่มยาเร็วเกินไป จะต้องรับมือกับผลข้างเคียงระยะยาวของยา หากเริ่มยาช้าเกินไป ก็มีความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยด้วยโรคแทรกต่างๆ เมื่อร่างกายอ่อนแอลง

ศาสตราจารย์นายแพทย์เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม หัวหน้าทีมวิจัยและรองผู้อำนวยการศูนย์ประสานความร่วมมือระหว่างไทย ออสเตรเลีย เนเธอร์แลนด์ เพื่อการศึกษาวิจัยทางคลินิกด้านโรคเอดส์ (ฮีฟแนท) ภายใต้ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและ รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงธันยวีร์ ภูธนกิจ เปิดเผยผลโครงการวิจัยพริดิค ว่า “เด็กติดเชื้อเอชไอวีอายุระหว่าง1 - 12 ปีที่มีสุขภาพดี และมีภูมิคุ้มกันซีดีสี่ยังไม่ต่ำมาก (15-24%) สามารถรอเริ่มการรักษาด้วยยาต้านไวรัส จนกว่าภูมิคุ้มกันซีดีสี่จะต่ำกว่า15% หรือมีอาการเจ็บป่วย ทั้งนี้เด็กยังจำเป็นต้องได้รับการดูแลใกล้ชิดจากแพทย์ และตรวจเลือดวัดระดับภูมิคุ้มกันซีดีสี่เป็นระยะ ทุก 3 เดือน”

โครงการพริดิคเป็นงานวิจัยที่ดำเนินงานร่วมกันโดยคณะกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และทีมวิจัยจากโรงพยาบาลใหญ่ 7 แห่งในประเทศไทย และอีก 2 แห่งในประเทศกัมพูชา โดยศึกษาวิจัยในเด็กติดเชื้อเอชไอวี จำนวน 300 คน โดยแบ่งเด็กออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งเริ่มกินยาต้านไวรัสเลย อีกกลุ่มหนึ่งติดตามอาการและวัดภูมิคุ้มกันซีดีสี่ทุก 3 เดือน และเริ่มกินยาต้านเมื่อภูมิคุ้มกันต่ำหรือเมื่อป่วย

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิง ธันยวีร์ ภูธนกิจ จาก ฮีฟแนทและคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กุมารแพทย์ผู้ดำเนินการวิจัยกล่าวถึงอาสาสมัครในโครงการพริดิคว่า "จากการติดตามเด็กติดเป็นเวลา 3 ปี พบว่าเด็กทั้งสองกลุ่มมีการเจ็บป่วยรุนแรงน้อยมาก รวมถึง การเจ็บป่วยอื่น ที่ต้องเข้านอนโรงพยาบาลก็เกิดขึ้นน้อยกว่า 1 ใน 10 ราย และโอกาสในการเจ็บป่วยของเด็กก็ ไม่แตกต่างกันระหว่างสองกลุ่ม ดังนั้นการรักษาเด็กติดเชื้อเอชไอวีที่ยังแข็งแรงดี โดยการติดตามใกล้ชิดและเริ่มยาต้านไวรัสเมื่อภูมิคุ้มกันซีดีสี่เริ่มต่ำลง จึงเป็นนทางเลือกหนึ่งในการรักษาเด็กติดเชื้อเอชไอวี ที่มีความปลอดภัย”

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ประพันธ์ ภานุภาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์สภากาชาดไทย ผู้บุกเบิกการรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีในประเทศไทยมากว่า 20 ปี กล่าวถึงโครงการพริดิคว่า “โครงการวิจัยพริดิค นับเป็นความภาคภูมิใจของนักวิจัยไทย และกัมพูชา ที่คิดริเริ่มโครงการวิจัย และร่วมมือกันในการทำงานวิจัยที่มีประโยชน์ระดับโลก

โครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากสถาบันวิจัยสาธารณสุขแห่งชาติสหรัฐอเมริกา
ผลการวิจัยในครั้งนี้จะนำไปขยายผลในการรักษาเด็กติดเชื้อเอชไอวีทั้งในประเทศไทยและกัมพูชา อีกทั้งจะผลักดันให้องค์การอนามัยโลกพิจารณาใช้เป็นแนวทางในการรักษาเด็กติดเชื้อเอชไอวีที่มีกว่า 2 ล้านคนทั่วโลกโดยเฉพาะในทวีปเอเชียและแอฟริกา”


ข้อมูลโดย
ศูนย์ประสานความร่วมมือไทย ออสเตรเลีย เนเธอร์แลนด์ เพื่อการศึกษาวิจัยทางคลินิกด้านโรคเอดส์ (ฮีฟแนท) ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย