วันเอดส์โลก 1 ธันวาคม 2554



วันเอดส์โลก ปีพ.ศ. 2554 ที่เราเพิ่งจะผ่านวิกฤติน้ำท่วมกันมาหมาดๆ แม้ว่า การเตรียมการกิจกรรมวันเอดส์โลก ที่ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย จำต้องงดไปเนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วม อย่างไรก็ดี อดัมส์เลิฟ อยากให้เพื่อนๆ ทุกคน เห็นความสำคัญของวันนี้ ว่าทำไมต้องมีวันนี้ แล้วเราจะทำอะไรได้ในฐานะคนๆ หนึ่ง

ปีนี้ถือเป็นวาระครบรอบ 30 ปีโรคเอดส์ อีกทั้งยังเป็นปีที่โครงการโรคเอดส์ แห่งสหประชาชาติ หรือ UNAIDS ได้กำหนดกรอบในการรณรงค์ในเอดส์โลกปี 2011 - 2015 ว่า 'Getting to Zero' หรือ 'เอดส์ลดแล้ว...ลดอีก" ได้แก่

- Zero New HIV Infection (การไม่มีผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่)
- Zero AIDS-Related Deaths (ไม่มีการตายเนื่องจากเอดส์)
- Zero Discrimination (ไม่มีการตีตราเลือกปฎิบัติ)

ซึ่งทุกองค์กรทั้งภาครัฐ NGO และเอกชน ต่างก็รับเอานโยบายนี้มาใช้ และมุ่งเป้าไปสู่กลุ่มคนทุกกลุ่มทั้งชาย หญิง และกลุ่มความหลายหลายทางเพศ และร่วมกันสร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆ ให้เหมาะสมกับทุกกลุ่มคน และอดัมส์เลิฟ โดยศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ก็เป็นหนึ่งในความพยายามเหล่านั้นเช่นกัน

ดังนั้น ในฐานะที่เราเป็นคนไทย สิ่งง่ายๆ ที่ทำได้โดยเริ่มจากตัวเราเองในการที่จะตระหนักถึงความสำคัญของวันเอดส์โลก ก็คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสียใหม่ ง่ายๆ เริ่มจากตัวเราเอง ด้วยการลดจำนวนคู่นอนลงนิดนึง แล้วเพิ่มการใช้ถุงยางอนามัยจากบางครั้งให้เป็นทุกครั้ง (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในครั้งแรก) และก็หมั่นไปตรวจเอชไอวีทุก 3 เดือน เป็นการเริ่มดูแลตัวเอง ใส่ใจ และให้ความสำคัญต่อสุขภาพของเรา ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้เวิร์คมากในประเทศซิมบับเว จากรายงานของ UNAIDS ที่นำไปใช้แล้วได้ผลจริง จากอัตราการติดเชื้อปีพ.ศ. 2534 ที่ 6% เป็น 1% ในปีพ.ศ. 2553 ถึงเวลานำมาใช้จริงจังในบ้านเราแล้วล่ะ

นอกจากนี้ ยังมีคนอีกจำนวนมากที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเอชไอวี ฉะนั้น อีกสิ่งที่เราทำได้ก็คือ ทำความเข้าใจ และเอาใจเขามาใส่ใจเรา ขจัดการตีตราต่อผู้มีเชื้อเอชไอวี เพราะเราทุกคนอยู่ร่วมกันได้แม้มีเชื้อเอชไอวี ที่สำคัญไม่ใช่แค่ทำวันเดียวนะ มาร่วมกันกันทำทุกวันให้เป็นวันเอดส์โลกกันเถอะ "Let's Make Everyday World AIDS Day"

สุดท้ายนี้ อดัมส์เลิฟขอส่งท้ายด้วยสาสน์จากศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ ประพันธ์ ภานุภาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ในวิดีโอด้านล่างนี้

และข้อความจากใจโดย แพทย์หญิง นิตยา ภานุภาค แห่งโครงการอดัมส์เลิฟ และศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย

"ประเทศไทย ถือว่าเป็นหนึ่งในประเทศกำลังพัฒนาจำนวนน้อยนิดที่โชคดีมาก ที่ปัญหาเรื่องการกีดกันทางเพศนั้นไม่รุนแรงเท่าใดนัก และในขณะเดียวกัน เรายังมีองค์กร และกลุ่มคนที่มีจิตใจดี ร่วมกันทำงานและต่อสู้กับเอชไอวีกันอย่างหนักและต่อเนื่อง เพื่อกลุ่มความหลายหลายทางเพศ ฉะนั้น จึงอยากให้คุณสละเวลาสักนิดเพื่อตระหนักว่าสิ่งนี้มีความหมายต่อคุณและคนที่คุณรักอย่างไร และฉวยโอกาสอันดีนี้ มาตรวจเอชไอวีกันอย่างสม่ำเสมอค่ะ"



สาสน์จากศาสตราจารย์ นายแพทย์ ประพันธ์ ภานุภาค