ประเทศไทยเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียนในการตอบสนองต่อปัญหาเอดส์


ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ประพันธ์ ภานุภาค
ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย

๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๖


ทุกประเทศในโลกได้รับผลกระทบจากปัญหาโรคเอดส์โดยถ้วนหน้า มากบ้าง น้อยบ้างแล้วแต่สถานะการณ์การระบาด และการออกมายอมรับของภาครัฐ อัตราการติดเชื้อเอชไอวีของประชากรทั่วไปในกลุ่มประเทศอาเซียนแตกต่างกันตั้งแต่ร้อยละ 0.3 อย่างในลาว และอินโดนีเซีย ถึงร้อยละ 1 อย่างในไทย และพม่า ซึ่งก็ยังดีกว่าในประเทศแถบอัฟริกาใต้มากซึ่งมีอัตราการติดเชื้อในประชากรทั่วไปสูงถึงร้อยละ 10-20 อย่างไรก็ตาม อัตราการติดเชื้อเอชไอวีในประชากรกลุ่มเสี่ยง เช่น กลุ่มติดยาเสพติดโดยการฉีด และกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายในประเทศกลุ่มอาเซียนจะสูงกว่าอัตราการติดเชื้อในประชากรทั่วไป 10-30 เท่า

ประเทศไทยเป็นประเทศแรกๆในกลุ่มประเทศอาเซียนที่ออกมายอมรับปัญหาและผลกระทบของเอดส์ ในสมัยของรัฐบาลคุณอานันท์ ปัญยารชุน หลังจากที่บ่ายๆเบี่ยงๆมา 5-6 ปี นับว่าเป็นโชคดีของประเทศไทย เพราะทำให้ภาครัฐและภาคประชาสังคมได้ตอบสนองต่อการแพร่ระบาดของโรคได้อย่างทันท่วงที ทำให้สถานะการณ์การแพร่ระบาดของเอดส์ดีขึ้นตามลำดับตั้งแต่ปี 2539 เป็นต้นมา ในขณะที่หลายประเทศในกลุ่มอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เพิ่งจะตื่นตัวในช่วงปีสองปีนี้เองเพราะสถานะการณ์การระบาดรุนแรงขึ้นมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

ถ้าเทียบกับประเทศอื่นๆในกลุ่มประเทศอาเซียนแล้ว ประเทศไทยได้รับการยอมรับจากประชาคมโลกว่ามีการศึกษา วิเคราะห์ และบริหารจัดการกับปัญหาเอดส์ดีที่สุด และก้าวหน้าที่สุดประเทศหนึ่ง มีการกล่าวยกย่องในหลายๆเวทีทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก มีการมาศึกษาดูงาน และเชื้อเชิญให้ไปช่วยประเทศอื่นๆ วันนี้จะขอรวบรวมจุดเด่นของประเทศไทยในการตอบสนองต่อปัญหาเอดส์ ที่ได้รับการชื่นชมจากนานาประเทศมาให้พวกเราคนไทยด้วยกันได้รับทราบ เพื่อจะได้ร่วมกันภูมิใจและธำรงค์ไว้ซึ่งความสำเร็จที่ผ่านมา ถ้าภูมิใจและไม่ทำอะไรต่อ อิ่มใจกับบุญเก่า ไม่นานก็จะตกที่นั่งลำบากอีก

ประเทศไทยได้รับการกล่าวขวัญกันมากเรื่องการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ ค่าใช้จ่ายเกือบทั้งหมดในการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อมาจากงบของรัฐบาล ในขณะที่กัมพูชาและอีกหลายประเทศในอาเซียนใช้เงินจากกองทุนโลกเป็นหลักในการรักษาผู้ติดเชื้อซึ่งไม่มีความยั่งยืน ประเทศไทยมีองค์การเภสัชกรรมซึ่งผลิตยาต้านไวรัสเอดส์ที่มีคุณภาพและมีราคาถูก ประเทศไทยกล้าประกาศการใช้สิทธิตามสิทธิบัตร หรือซีแอล กับยาต้านไวรัสเอดส์ 2 รายการโดยมีมาตรการต่อเนื่องที่สามารถนำยา 2 รายการนั้นมาใช้กับประชาชนอย่างได้ผล ประเทศไทยมีการบริหารจัดการให้ยาต้านไวรัสเอดส์ฟรีกับประชาชนในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช หรือ บัตรทอง) อย่างมีประสิทธิภาพ มีการรักษาความลับผู้ป่วยอย่างดีเยี่ยม และมีการเก็บรวบรวมข้อมูลในส่วนกลางอย่างดี


ในด้านการศึกษาวิจัยเรื่องการรักษา ประเทศไทยก็มีองค์กรอย่าง HIV-NAT ของสภากาชาดไทยที่ทำการศึกษาวิจัยการรักษาเอดส์ที่มีชื่อเสียงในระดับโลก และมีองค์กร SEARCH ของสภากาชาดไทยที่ทำการวิจัยการรักษาผู้ติดเชื้อในระยะติดเชื้อใหม่ๆที่อาจนำไปสู่การรักษาให้หายขาดได้ซึ่งเป็นข่าวที่ดังไปทั่วโลกเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นอกจากนี้โครงการ Test and Treat ที่ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทยทำร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขในการตรวจเอดส์เป็นประจำและเริ่มการรักษาด้วยยาต้านฯทันทีที่ตรวจพบว่าติดเชื้อในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและสาวประเภทสอง โดยหวังว่าจะสามารถลดการแพร่ระบาดของเอดส์ในกลุ่มประชากรนี้ลง ก็เป็นโครงการ Test and Treat อันแรกของอาเซียน ซึ่งกำลังจะมีประเทศเวียตนาม กัมพูชา และอินโดนีเซียทำตามในปีหน้า


ในเรื่องนโยบายด้านการรักษา
ประเทศไทยก็เป็นผู้นำ โดยกระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายในการขยายการให้ยาต้านไวรัสเอดส์ให้ครอบคลุมผู้ติดเชื้อมากขึ้น และเริ่มการให้ยาเร็วขึ้น ไม่ต้องรอให้ป่วยหรือภูมิต้านทานต่ำมากๆก่อน เพื่อประโยชน์ของผู้ติดเชื้อเอง และเพื่อประโยชน์ในการลดการส่งต่อเชื้อให้ผู้อื่น ซึ่งรู้จักกันในชื่อของ Treatment as Prevention (TasP) โดยจะเริ่มเกณฑ์การให้ยาต้านฯที่ระดับ CD4 ต่ำกว่า 500 ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก ตั้งแต่ต้นปี 2557 (ปัจจุบันให้ยาต้านฯเมื่อ CD4 ต่ำกว่า 350) และมีนโยบายซึ่งผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีแล้วที่จะให้ยาต้านฯแก่ผู้ติดเชื้อทุกคนไม่ว่า CD4 จะเท่าไรก็ตามในปีงบประมาณ 2558 อย่างที่สหรัฐอเมริกา และฝรั่งเศสดำเนินการอยู่ นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้ติดเชื้อไทย และนโยบายเช่นนี้จะช่วยลดการติดเชื้อรายใหม่ในอนาคตได้ เพราะการรับประทานยาต้านฯอย่างถูกต้องจะลดการส่งต่อเชื้อให้ผูอื่นได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์


ในด้านการป้องกัน
ประเทศไทยก็มีชื่อเสียงเรื่องการใช้ถุงยางอนามัย 100 % ในกลุ่มหญิงบริการ และมีชื่อเสียงเรื่องการป้องกันการติดเชื้อจากแม่สู่ลูก โดยหญิงตั้งครรภ์กว่าร้อยละ 95 ได้รับการตรวจเอดส์ ถ้าตรวจเจอก็จะได้รับยาต้านฯสูตรที่ดีที่สุดในการป้องกันการถ่ายทอดเอดส์ไปสู่ลูก นอกจากนี้รัฐบาลไทยยังมีแผนที่จะให้ยาต้านฯแก่หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อทุกรายต่อเนื่องหลังคลอดไปตลอดชีวิต ไม่ต้องรอให้ภูมิต่ำก่อนค่อยมาเริ่มยาใหม่ ซึ่งก็จะทำให้แม่มีสุขภาพที่ดีขึ้น และแถมยังสามารถป้องกันคุณสามีที่อาจยังไม่ติดเชื้อได้ด้วย ประเทศไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งคลีนิคนิรนามของสภากาชาดไทยเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกในการให้บริการตรวจเอดส์ที่มีคุณภาพและไม่ต้องบอกชื่อ มีการตรวจวัดระดับภูมิคุ้มกันและการส่งต่อผู้ติดเชื้อไปรับการรักษาที่ถูกต้องภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว บริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากทวารหนักในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการพูดคุยให้ตรวจเอดส์ การมีคลีนิคนิรนามเคลื่อนที่ไปตามห้างสรรพสินค้า และสถานบันเทิงของกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย และการที่รัฐบาลให้สิทธิ์คนไทยทุกคนตรวจเอดส์ฟรีปีละ 2 ครั้ง สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย

ในฐานะคนไทย ก็อยากส่งต่อความภาคภูมิใจนั้นให้กับพี่น้องร่วมชาติด้วยครับ