มุมมองต่องานวิจัยด้านการรักษาเอชไอวีให้หายขาด จากผู้ที่อยู่กับเชื้อเอชไอวีชาวไทย

บทความโดย รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิง จินตนาถ อนันต์วรณิชย์ รองผู้อำนวยการด้านการวิจัย โครงการวิจัยเอชไอวีกองทัพสหรัฐ (MHRP)

บทความนี้นำมาแปลจากเว็บไซต์ searcHIV - Social and Ethical Aspects of Research on Curing HIV: A Working Group อ่านบทความภาษาอังกฤษต้นฉบับได้ที่ http://searchiv.web.unc.edu/2014/09/09/thoughts-hiv-cure-research-thailand/

ประเทศไทย คือหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อเอชไอวีมากที่สุดในโลก และมีความชุกของการติดเชื้อเอชไอวีสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ในประเทศที่มีประชากรทั้งสิ้น 65 ล้านคนนี้ มากกว่าหนึ่งล้านคนที่มีเชื้อเอชไอวี และกว่าครึ่งที่เสียชีวิตไปจากโรคนี้ ก่อนหน้าปีพ.ศ. 2547 มีเพียงคนจำนวนน้อยที่ได้มีโอกาสเข้าถึงยาต้านไวรัสเอชไอวี ณ เวลานั้น โครงการวิจัยต่างๆ ภายใต้ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย คือพื้นที่หลักที่แจกจ่ายยาต้านไวรัสเอชไอวี เพื่อรักษาชีวิตของคนไข้ ตัวฉันเองก็ได้เริ่มทำงานที่นี่ เมื่อ 14 ปีที่แล้ว ในการรักษาทั้งผู้ใหญ่ เด็ก และครอบครัวของผู้ติดเชื้อเอชไอวี ที่ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ เรารักษาคนไข้ไปมากกว่า 2,500 คน เราได้เรียนรู้ว่าปริมาณยาในยาต้านไวรัสเอชไอวีสูตรมาตรฐานบางตัวก็แรงเกินไปสำหรับคนไทย ซึ่งคนไทยมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบจากผลข้างเคียงของยาค่อนข้างสูง ปัจจุบัน ยาต้านไวรัสเอชไอวี ในเมืองไทยได้มีจำนวนแพร่หลายมากขึ้นจากรัฐบาลและความพยายามด้านงานวิจัย ที่มุ่งเน้นการตรวจพบเชื้อเสียแต่เนิ่นๆ และทำการรักษา เพื่อจุดมุ่งหมายในการรักษาให้หายขาดในอนาคต

ในข่าวล่าสุดเกี่ยวกับเอชไอวี ของเด็กมิสซิสซิปปี้ (Mississippi Child) และคนไข้ที่บอสตัน (Boston Patients) ต่างทำให้เราหลายคนเริ่มคิดทบทวนต่อจุดมุ่งหมายของการขจัดเชื้อเอชไอวีให้เป็นผลสำเร็จในอนาคตอันใกล้ แต่คำว่าการรักษาเอชไอวีให้หายขาดหรือทำให้เอชไอวีควบคุมได้นั้น ในมุมมองของคนไข้อาจจะแตกต่างจากสิ่งที่แพทย์และนักวิจัยคิด ในภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้ เราสัมภาษณ์ผู้อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวี 4 คน - เด็กวัยรุ่น ที่เกิดมากับเชื้อเอชไอวี และต้องทานยาตั้งแต่ยังอายุน้อยๆ, แม่ผู้ซึ่งมีลูกและลูกของเธอก็ได้รับเชื้อและป่วยมากในช่วงทารก แต่ก็รอดชีวิตมาจากการทานยาต้านไวรัส และตอนนี้ก็เข้าสู่วัยรุ่นแล้ว, ชายอายุ 52 ปี รับการรักษาเอชไอวี ร่วมไปกับการรักษาไวรัสตับอักเสบ ซี ในโครงการวิจัย และสุดท้าย วัยรุ่นชายรักชาย ที่เป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมงานวิจัยการติดเชื้อเอชไอวีระยะเฉียบพลัน ซึ่งทั้ง 4 คนนี้ล้วนเผชิญกับการตีตราและไม่ยินดีที่จะเผยตัวตนของเขา ในช่วงเวลาที่ยังไม่สามารถขจัดเชื้อเอชไอวีให้หมดไปได้สำเร็จ สถานะการมีผลเลือดบวก และความสามารถในการแพร่เชื้อเอชไอวีไปสู่ผู้อื่นก็ยังเป็นสิ่งที่เป็นไปได้อยู่ ดังนั้น การควบคุมเอชไอวี อาจจะไม่สามารถหยุดการตีตราและแบ่งแยกได้ แต่ความสามารถในการที่จะหยุดการทานยาต้านไวรัสเอชไอวีในคนๆ หนึ่ง จะเปลี่ยนแปลงชีวิตเขาไปในทางที่ดีขึ้นได้อย่างมาก และเสริมสร้างชีวิตที่มีคุณภาพของวัยรุ่น แม้ว่าเรื่องนี้จะไม่สำคัญต่อใครหลายๆ คนก็ตาม โดยในบทสัมภาษณ์สั้นๆ นี้ คนไข้ของเรา ได้เผยให้เราเห็นถึงความยากลำบากที่พวกเขาต้องเผชิญตลอดมาในทุกๆ วัน และความหวังของพวกเขาต่อการรักษาเอชไอวีให้หาย และความเชื่อมั่นในทีมแพทย์อย่างเรา คือ สิ่งที่จะกระตุ้นให้เราเดินหน้าต่อไปในเส้นทางที่ยากและยาวไกลต่อความพยายามในการหาวิธีรักษาเอชไอวีให้หายขาด

--------------------------------------------------------------------------------------------
รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิง จินตนาถ อนันต์วรณิชย์ เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยวิจัยเซิร์ช ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ผู้ริเริ่มโครงการวิจัย SEARCH 010 การติดเชื้อเอชไอวีในระยะเฉียบพลัน ปัจจุบันเป็นรองผู้อำนวยการด้านการวิจัย โครงการวิจัยเอชไอวีกองทัพสหรัฐ (MHRP) และรองหัวหน้าหน่วยวิจัยเซิร์ช